ประตูอัตโนมัติ รวมค่าแรงติดตั้ง

ประตู Auto door PrimeDrive 239

ประตูอัตโนมัติ PrimeDrive 239

ประตูอัตโนมัติ PrimeDrive 240

ประตูอัตโนมัติ PrimeDrive 240

ประตูอัตโนมัติ econoMaster

ประตูอัตโนมัติ econoMASTER

ประตูอัตโนมัติ compactMaster

ประตูอัตโนมัติ compactMASTER

ประตูอัตโนมัติ T-Line Single Leaf

ประตูอัตโนมัติ T-LINE SINGLE LEAF

ประตูอัตโนมัติ T-Line Double Leaf

ประตูอัตโนมัติ T-LINE DOUBLE LEAF

ประตูอัตโนมัติ MBS-EMX

ประตูอัตโนมัติ MBS-EMX

ประตูอัตโนมัติ MBS-EML

ประตูอัตโนมัติ MBS-EML

ประตูอัตโนมัติ C-100

ประตูอัตโนมัติ BLUE C100

ประตูอัตโนมัติ C-150

ประตูอัตโนมัติ BLUE C150

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับประตูอัตโนมัติ

บริษัทเอส.ที.เอฟ.ซี จำกัดเราเป็นผู้ให้บริการคุณภาพสินค้าประตูอัตโนมัติมากกว่า 14 ปี ให้บริการจำหน่ายพร้อมติดตั้งและบริการหลังการขายประตูอัตโนมัติครบวงจร ลูกค้าทุกหน่วยงานไว้ใจให้บริษัทเป็นผู้ให้บริการ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ให้บริการครอบคลุมประเทศไทย และบริษัทฯ ยังได้ขยายพื้นที่การให้บริการไปยังประเทศกลุ่ม CLMV ที่บริษัทฯ เปิดสาขาให้บริการอย่างต่อเนื่อง

เรามาทำความเข้าใจกับประตูอัตโนมัติให้มากยิ่งขึ้นกั้นเถอะ

ประตูอัตโนมัติหรือหลายคนเรียกติดปากว่าประตูออโต้ดอร์ (Auto Doors) ประตูอัตโนมัตินำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยมากกว่า 30 ปี แต่คนไทยคุ้นเคยกันมากขึ้นในระยะเวลามากกว่า 20 ปีมานี้จากเราเห็นได้จากร้านสะดวกซื้อ ประตูอัตโนมัติเป็นคำที่คนไทยเรียกติดปากทำให้สื่อความหมายถึงประตูที่เปิดเองอัตโนมัติเมื่อเราเดินเข้าไปใกล้ๆ และปิดเองอัตโนมัติเมื่อเราเดินผ่านไป

หน้าที่ของประตูอัตโนมัติคืออะไร? คำตอบก็คือหน้าที่ของประตูอัตโนมัติก็เพื่อทำให้ประตูทำงานเองอัตโนมัติโดยที่ไม่ต้องใช้แรงคนเปิด-ปิดเอง
ประตูมีกี่แบบกันนะ? ประตูมีวัตถุประสงค์เพื่อกันการเข้า-ออก อาทิกั้นคนเข้า-ออกจากอาคาร จากห้องทำงาน หรือแม้แต่กั้นรถยนต์เข้า-ออกในพื้นที่หรือถนนต่างๆ หรือแม้แต่กั้นคอกปศุสัตว์ต่างๆ

ในที่นี้เราจะมาทำความเข้าใจประตูอัตโนมัติที่ทำหน้าที่กั้นคนเข้า-ออกในห้องหรือในพื้นที่อาทิร้านสะดวกซื้อ (ไม่ได้หมายถึงประตูอัตโนมัติกั้นรั้วบ้าน)

ประเภทของประตูอัตโนมัติ


ประตูอัตโนมัติ (Automatic Doors)
การจำแนกประเภทของประตู

การจำแนกประเภทของประตูที่ติดตั้งระบบอัตโนมัติ จำแนกได้ตามชนิดของประตูซึ่งมี 2 ชนิดดังนี้

1. ประตูอัตโนมัติแบบสวิง (Automatic Swing Doors)
ลักษณะของประตูจะเป็นแบบสวิงคือใช้การผลักของมอเตอร์ สามารถต่อร่วมกับอุปกรณ์ตรวจจับอาทิ Radar sensor, Infrared sensor, Safety beam, Access control ประตูประเภทนี้ได้รับความนิยมสูงในโรงงาน และบ้านพักอาศัย

2. ประตูอัตโนมัติแบบเลื่อน (Automatic Slide Doors)
ประตูแบบเลื่อนอัตโนมัตินี้ได้รับความนิยมสูงกว่าประตูแบบสวิง เนื่องจากการใช้งานให้ความคล่องตัวสูงกว่า อาทิ ร้านสะดวกซื้อ อาคารสำนักงาน (Office) และอื่นๆ สำหรับบ้านเรานั้นประตูประเภทนี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และกำลังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับห้างร้านต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า และการแข่งขันทางการตลาด

ประตูอัตโนมัติแบบเลื่อน (Sliding Doors) ที่นิยมติดตั้งในบ้านเรา มี 2 แบบ คือ แบบบานเลื่อนเดี่ยว (Single Leaf) อาทิ 7-Eleven หรือ ประตูเข้า สำนักงาน (Office ) และ แบบบานเลื่อนคู่ (Double Leaf)

รูปประตูอัตโนมัติแบบสวิง

รูปประตูอัตโนมัติแบบสไลด์

อุปกรณ์เสริมด้านความปลอดภัยประตูอัตโนมัติ

อุปกรณ์เสริมด้านความปลอดภัยสำหรับประตูอัตโนมัติ (Automatic Doors)

ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อติดตั้งประตูอัตโนมัติเพราะมีการใช้งานร่วมกันหลายคนคงไม่ดีแน่หากจะผลักภาระให้ผู้ใช้งานต้องคอยระมัดระวังดูแลเรื่องความปลอดภัยด้วยตัวเอง 

อุปกรณ์เสริมด้านความปลอดภัยสำหรับประตูอัตโนมัติหลักมีดังต่อไปนี้

1. Safety Beam Sensor ทำงานด้วยคลื่น อินฟราเรด (Infra-red) ติดตั้งที่เฟรมประตู หรือขึ้นเสาต่างหาก
เป็นเซ็นเซอร์แบบใช้ลำแสงคลื่น Infra-red ซึ่งมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น มีหน้าที่ตรวจสอบการบังของอุปกรณ์เซอร์ ในขณะที่มีการบังเซ็นเซอร์เอาไว้ ซึ่งอาจจะเป็นการยืนขวางประตูหรือนำสิ่งของมาวางขวางประตูเอาไว้ประตูก็จะไม่หนีบสิ่งกีดขวางหรือแม้แต่ขณะที่กำลังปิดประตูแต่มีการเข้าไปบังเซ็นเซอร์ประตูก็จะเปิดออกเองอัตโนมัติ 

2. Radar Sensor สามารถป้องกันประตูหนีบได้ด้วยการทำงานของคลื่น Radar อาศัยการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนไหวของวัตถุ
จริงๆ แล้วเซ็นเซอร์ประเภทนี้เป็นอุปกรณ์หลักที่ติดตั้งพร้อมกับประตูอัตโนมัติเพื่อเอาไว้เปิดประตูอัตโนมัติเมื่อคนเดินเข้ามาใกล้ประตู แต่ในบางสถานที่ที่ไม่ใช้ Radar Sensor ในการเปิดประตูแต่ใช้การสั่งเปิดด้วยการทาบบัตร Access control , การสแกนลายนิ้วมือ , การสแกนใบหน้า เราก็สามารถติดตั้งเซ็นเซอร์ประเภท Radar Sensor นี้เพื่อป้องกันประตูหนีบได้เช่นกัน

3. Key Switch นิยมติดตั้งไว้ที่เคาท์เตอร์ อาทิ เปิด เมื่อต้องการให้การเข้าออกเป็นแบบอัตโนมัติ ด้วยอุปกรณ์ Radar Sensor และ ปิดเมื่อไม่ต้องการใช้เข้าออกแบบอัตโนมัติ แต่อาจใช้การควบคุมการเข้าออกด้วย รีโมทควบคุม หรือสวิตซ์กด อาทิร้านจำหน่าย ทอง

4. Electric Lock เป็นล๊อคไฟฟ้าสำหรับประตูเลื่อนอัตโนมัติ โดยปกติแล้วประตูเลื่อนแบบอัตโนมัติสามารถใช้มือเลื่อนเปิดด้วยมือได้แต่ต้องออกแรงต้านแรงมอเตอร์
แสดงแดงให้เห็นว่าประตูไม่มีความปลอดภัยเพียงพอ ถ้าหากล๊อคประตูเพียงแค่แรงของมอเตอร์อย่างเดียว ดังนั้นสำหรับประตูที่ต้องการความปลอดภัยสูง ก็สามารถติดตั้ง ล๊อคไฟฟ้าเพิ่มเติมได้

Safety beam sensor

Magnetic Lock

Wireless Push button switch

ประตูของท่านน้ำหนักเท่าไหร่ ต้องใช้มอเตอร์ขนาดไหน?

ประตูอัตโนมัติเป็นอุปกรณ์เชิงกลที่ใช้พลังงานจากไฟฟ้าเป็นแหล่งจ่าย ซึ่งมอเตอร์ไฟฟ้าแต่ละรุ่นก็รับน้ำหนัก (Load) ได้แตกต่างกันออกไป มอเตอร์สำหรับประตูอัตโนมัติที่มีกำลังขับที่มากก็จะมีราคาแพงมากกว่ามอเตอร์ที่มีกำลังขับที่น้อยกว่า
การเลือกใช้มอเตอร์สำหรับประตูอัตโนมัติจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจ บางคนเลือกกำลังขับมอเตอร์ที่พอดีกับน้ำหนักของประตู เช่นคำนวณน้ำหนักของประตูได้เท่าไหร่ก็เลือกมอเตอร์ขนาดเท่ากับน้ำหนักของประตูพอดี

โดยหลักวิศวกรรมแล้วเมื่อเราคำนวณน้ำหนักของประตูได้เท่าไหร่เราจะต้องเลือกมอเตอร์ที่มีกำลังขับมากกว่าเป็น 1.5 เท่าของน้ำหนักประตูที่คำนวณได้ อาทิ เราคำนวณน้ำหนักของประตูได้ 60 กก. เราควรจะเลือกใช้มอเตอร์สำหรับประตูอัตโนมัติที่รองรับน้ำหนักได้ 100 กก. ขึ้นไป เพื่อยืดอายุการใช้งานของมอเตอร์เพราะมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์เชิงกลเมื่อใช้งานไปนาน ๆ ก็เกิดความสึกหรอและมีประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ดังนั้นเราจำเป็นต้องเผื่อกำลังของมอเตอร์เอาไว้มากกว่า 1.5 เท่าเสมอ

สูตรคำนวณน้ำหนักกระจก

ส่วนใหญ่ประตูที่จะนำมาติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับประตูอัตโนมัติมักจะเป็นประตูกระจก (แต่ก็สามารถติดตั้งอุปกรณ์ขับเคลื่อนประตูอัตโนมัติได้กับประตูที่ทำมาจากทุกวัสดุ)

สูตรในการคำนวณน้ำหนักของกระจกมีดังนี้

ความหนาของกระจก (หน่วยเป็นมิลลิเมตร) x 2.5 (เป็นค่าคงที่จำเพาะของกระจก) = น้ำหนักของกระจกขนาด 1 ตารางเมตร

ยกตัวอย่าง ประตูบานเลื่อนแบบบานเดียว ความกว้างของประตูเท่ากับ 100 ซม. สูง 220 ซม. กระจกมีความหนา 6มม. สามารถคำนวณได้ดังนี้

แทนค่าในสูตรได้ดังนี้ 
=  6 x 2.5
= 15 (หน่วยเป็น กก. ต่อตารางเมตร)
สรุปได้ว่าน้ำหนักของกระจกเท่ากับ 15 กิโลกรัม ต่อ 1 ตารางเมตร

ต่อไปเราก็หาขนาดพื้นที่กระจกของเราว่ามีขนาดกี่ตารางเมตร
การหาขนาดพื้นที่สี่เหลี่ยมใช้สูตร กว้าง x สูง
แทนค่าในสูตรหาพื้นที่กระจกได้ดังนี้
= 1.0 x 2.2 (แปลงหน่วย ซม. ให้เป็นเมตรก่อน)
= 2.2 (หน่วยเป็นตารางเมตร)

ดังนั้นประตูที่มีความกว้าง 100 ซม. สูง 220 ซม. มีพื้นที่ทั้งหมด 2.2 ตารางเมตร
เมื่อต้องการทราบน้ำหนักของกระจกที่มีพื้นที่ 2.2 ตารางเมตรก็ให้นำขนาดของพื้นที่คูณด้วยน้ำหนักของกระจก

แทนค่าในสูตรได้ดังนี้
ขนาดของพื้นที่กระจก x น้ำหนักกระจกต่อตารางเมตร
= 2.2 x 15
= 33 หน่วยเป็นกิโลกรัม

สรุปได้ว่าประตูของเรามีน้ำหนัก 33 กิโลกรัม ดังนั้นเมื่อเราทราบน้ำหนักของประตูของเราจึงเป็นเรื่องง่ายที่เราจะเลือกขนาดของมอเตอร์ที่เหมาะสมกับประตูของเรา