หลากหลายเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับบริการหลังการขาย
1. คำถาม: ทำอย่างไรเมื่อสินค้าพ้นระยะเวลารับประกัน?
ตอบ เมื่อสินค้ามีปัญหาหลังจากที่พ้นระยะเวลาการรับประกันไปแล้ว ลูกค้าสามารถโทรเรียกช่างเข้าไปตรวจสอบได้ตามปกติซึ่งทางบริษัทฯ จะคิดค่าบริการครั้งละ 480 บาทต่อการบริการแต่ละครั้ง ซึ่งหากพบว่าอุปกรณ์จำเป็นต้องเปลี่ยนอะไหล่ ทางช่างที่ออกให้บริการจะแจ้งอาการเสียให้ลูกค้าทราบทันที เพื่อความสบายใจของลูกค้า ๆ สามารถซื้อการรับประกันหลังจากที่พ้นระยะรับประกันไปแล้วได้ในราคาดังนี้
MA ปีที่ 3 = 8% ของราคาสินค้า
MA ปีที่ 4 = 13% ของราคาสินค้า
หลังจาก MA ปีที่ 4 จะเพิ่มขึ้น 2% ของทุกๆปี
2. วิธีตรวจสอบสินค้าว่าเป็นของแท้หรือของปลอม?
ตอบ 1. ดูจากบรรจุภัณฑ์ ของแท้บรรจุใน Package ที่ดูดีกว่า
2. ดูจากใบรับประกันสินค้า โปรดเรียกดูใบรับประกัน Serial Number จากผู้จำหน่าย
3. ดูจากสถานที่ในการจำหน่ายสินค้า เช่นมาจากตัวแทนจำหน่ายที่มีใบรับรองหรือไม่
3. ทางบริษัทฯ ใช้เวลานานเท่าใดในการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศในแต่ละครั้งในกรณีที่สินค้าหมดสต๊อก?
ตอบ โดยปกติแล้วบริษัทฯ จะมีการนำสินค้าเข้ามาสต๊อกไว้ในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า แต่บางกรณีลูกค้าสั่งซื้อจำนวนมาก ซึ่งสินค้าในสต๊อกมีไม่พอ ดังนั้นทางบริษัทจะต้องสั่งซื้อสินค้าเข้ามาเพิ่มเติมโดยใช้เวลา 15 วันทางการขนส่งทางเรือ (Sea Freight) และ 5 วันสำหรับการขนส่งทางเครื่องบิน (Air Freight)
การสนับสนุน บริษัท เอส.ที ฟิวเจอร์คอนโทรล จำกัด
การรับประกันนี้ใช้ได้เฉพาะในประเทศไทย
บ.เอส.ที ฟิวเจอร์คอนโทรล จก. ตกลงตามเงื่อนไขเบื้องล่าง ที่จะดำเนินการให้บริการที่จำเป็นต่อผลิตภัณฑ์ที่ท่านได้ซื้อไปเป็นระยะเวลาสองปี นอกจากจะได้มีการระบุไว้เป็นอย่างอื่น โดยไม่มีการคิดค่าแรง และอะไหล่
เงื่อนไขการรับประกัน
1.การรับประกันของ บ.เอส.ที ฟิวเจอร์คอนโทรล จก. ในที่นี้ใช้ได้กับทุกผลิตภัณฑ์เมื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขดังนี้:
• ได้รับการซื้อในประเทศไทยจากผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ บ.เอส.ที ฟิวเจอร์คอนโทรล จก.
• ได้รับการติดตั้ง ใช้งาน และบำรุงรักษาถูกต้องตรงตามคำแนะนำในคู่มือที่แนบมากับผลิตภัณฑ์
• ได้รับการส่งเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ หรือซ่อมบำรุงอย่างเป็นทางการของบ.เอส.ที ฟิวเจอร์คอนโทรล จก.ในประเทศไทย พร้อมกับใบรับประกันที่ได้รับการลงทะเบียนแล้ว
2. การรับประกันของเอส.ที ฟิวเจอร์คอนโทรลไม่สามารถใช้กับผลิตภัณฑ์นี้ได้เมื่อผลิตภัณฑ์นี้:
• ใช้งานผิดประเภท, ถูกประทุษร้าย, ได้รับภัยพิบัติ, ถูกไฟไหม้, ถูกฟ้าผ่า, ได้รับมลพิษ, ถูกแมลง หรือสัตว์ทำลาย
• ได้รับการซ่อมแซม หรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งโดยผู้ที่ไม่ใช่ศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของบ.เอส.ที ฟิวเจอร์คอนโทรล จก.
3. หากไม่ตรงตามเงื่อนไขข้างต้น บ.เอส.ที ฟิวเจอร์คอนโทรล จก.และศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของเอส.ที ฟิวเจอร์คอนโทรลจะคิดค่าแรง ค่าอะไหล่ สำหรับงานที่ได้ดำเนินการไป แม้เมื่อพบว่าผลิตภัณฑ์อยู่ในสภาพสมบูรณ์ดี
4. การรับประกันนี้ไม่รวมค่าขนส่ง หากผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ต้องถูกส่งไปยังศูนย์บริการของบ.เอส.ที ฟิวเจอร์คอนโทรล จก. ผู้เป็นเจ้าของมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อค่าขนส่ง และความเสี่ยงต่อความเสียหาย หรือการสูญหายที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการขนส่ง
หากต้องการทราบตำแหน่งของศูนย์บริการของเรา โปรดติดต่อผู้แทนจำหน่ายของท่าน หรือ บ.เอส.ที ฟิวเจอร์คอนโทรลจก. ที่โทรศัพท์หมายเลข 02-733 7890 (Auto)
ข้อดีและข้อเสียระหว่างมอเตอร์กระแสตรง (DC motor )และกระแสสลับ (AC motor)
ข้อดีของ DC motor คือ
- การควบคุมแรงบิดหรือความเร็วทำได้ง่ายและดีมาก
- มีผลตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง (response) ได้รวดเร็ว
- การปรับความเร็วสามารถทำได้ในช่วงกว้าง
ข้อเสียของ DC motor คือ
- การบำรุงรักษาสูงมากเนื่องจากมีส่วนสึกหรอของแปรงถ่าน
- ราคาแพงมากเมื่อเทียบกับ AC motor ที่มีขนาดกำลังแรงม้าเท่ากัน
- มีขนาดใหญ่กว่า AC motor ที่ขนาดแรงม้าเท่ากัน
- หาแหล่งจ่ายที่เป็นไฟกระแสตรงได้ยาก
- ไม่สามารถนำไปใช้ในที่มีสารไวไฟได้
ข้อดีของ AC motor
- ราคาถูกกว่า DC motor ที่ขนาดพิกัดกำลังเท่ากันเช่น ที่ 2 แรงม้า AC=4500 บาท ,DC = 20000 บาท
- มีลักษณะโครงสร้างง่าย ไม่ซับซ้อน และเล็กกว่า DC motor ที่พิกัดเท่ากัน
- การบำรุงรักษาน้อยมาก แข็งแรงทนทาน
- ใช้ในสถานที่ที่มีสารไวไฟ หรือสารเคมีได้
- มีประสิทธิภาพสูงกว่า DC motor
- หาซื้อได้ง่าย เป็นที่นิยม
ข้อเสียของ AC motor
- การควบคุมความเร็วทำได้ยากมาก จะต้องใช้อุปกรณ์ทาง power electronics มาควบคุมคือ inverter ซึ่งค่อนข้างจะมีราคาแพง
ปัญหาของประตูรีโมทบานเลื่อน
นา นา ปัญหามอเตอร์ใต้โลกหล้าใบนี้
เรียบเรียงโดย นาคิน วันทองสุข
1. มอเตอร์ไม่หมุน
สาเหตุ มีหลายสาเหตุหลัก ๆ ให้พิจารณาดังนี้
สาเหตุ : ฟิวส์ขาด
แก้ไข : เปลี่ยนฟิวส์ใหม่
สาเหตุ : แรงดันป้อนต่ำ
แก้ไข : เพิ่มแรงดันป้อนให้ได้ตามพิกัด
สาเหตุ : ขดลวดสเตเตอร์ไม่ครบวงจร (ขาด)
แก้ไข : เปลี่ยนขดลวดสเตเตอร์ใหม่
สาเหตุ : สวิทช์เซ็นตริฟูกัลทำงานไม่ถูกต้อง
แก้ไข : ถอดประกอบ ทำความสะอาดตรวจสอบปรับแต่งซ่อมแซมหรือเปลี่ยนสวิทช์
เซ็นตริฟูกัลใหม่
สาเหตุ : ขดลวดสเตเตอร์รั่วลงดิน (groumded)
แก้ไข : ตรวจเปลี่ยนขดลวด ขุดที่รั่วลงดินใหม่
สาเหตุ : แบริ่ง
แก้ไข : ตรวจดูว่าเพลาหรือไม่แบริ่งชำรุดหรือหลวมหรือแห้ง หรือมีน้ำมันหล่อลื่นมาก
เกินไปหรือไม่ ถ้าเพลาวงอดัดใหม่ให้ตรงหรือปรับเพลาใหม่ ถ้าแบริ่งชำรุด หรือหลวมต้องเปลี่ยนใหม่ ถ้าแห้งให้อัดจารบีหรือเปลี่ยนใหม่ ถ้าน้ำมันหล่อลื่นมากเกินไปให้เช็ดออก
สาเหตุ : คาปาซิเตอร์บกพร่อง
แก้ไข : เปลี่ยนคาปาซิเตอร์ใหม่
2. มอเตอร์ร้อนผิดปกติ
สาเหตุ : คอยล์ลัดวงจร
แก้ไข : เปลี่ยนคอยล์ที่ลัดวงจรเสียใหม่
สาเหตุ : สวิทช์เซ็นตริฟูลกำลังทำงานไม่ถูกต้อง
แก้ไข : ถอดประกอบ ทำความสะอาดตรวจสอบปรับแต่งซ่อมแซม หรือเปลี่ยนสวิทช์
เซ็นตริฟูลกัลใหม่
สาเหตุ : แรงดันป้อนไม่ถูกต้อง
แก้ไข : ปรับแรงดันให้ได้ตามพิกัด
สาเหตุ : โหลดเกินพิกัด
แก้ไข : วัดกระแสแล้วเทียบกับกระแส name plate ถ้ากระแสมากต้องโหลด หรือ
เปลี่ยนมอเตอร์ให้มีขนาดโตขึ้น
สาเหตุ : แบริ่ง
แก้ไข : ตรวจดูว่าเพลางอหรือแบริ่ง ชำรุดหรือหลวม หรือแห้ง หรือมีน้ำมันหล่อลื่น
มากเกินไปหรือไม่ ถ้าเพลางอให้ดัดให้ตรงหรือปรับเพลาใหม่ ถ้าแบริ่งชำรุดหรือหลวมให้เปลี่ยนใหม่ ถ้าแบริ่งแห้งให้อัดจารบีหรือเปลี่ยนใหม่ ถ้าน้ำมันหล่อลื่นที่แบริ่งมากเกินไปก็เช็ดออก
3 ขณะทำงานมีเสียงดังผิดปกติ
สาเหตุ : แบริ่งชำรุด
แก้ไข : เปลี่ยนหรือปรับแต่งแบริ่งใหม่
สาเหตุ : เพลางอหรือคด
แก้ไข : ดัดเพลาหรือปรับแต่งเพลาใหม่หรือเปลี่ยนโรเตอร์ใหม่
สาเหตุ : ระยะ play ของเพลามากเกินไป
แก้ไข : กวดสกรูฝาครอบให้แน่นหรือเพิ่มแหวนที่เพลา
สาเหตุ : ยึดมอเตอร์ไม่แน่น
แก้ไข : กวดสกรูทุกตัวที่หลวมให้แน่น
ปัญหาเพิ่มเติม
ข้อมูล ทฤษฎีมอเตอร์
|